| ข้อ33. |
ให้ที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปีเลือกตั้งนายกในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ของทุก ๆ 2 ปี
โดยเลือกจากสมาชิกสามัญเท่านั้นด้วยคะแนนเสียงข้างมาก |
| ข้อ34. |
ก่อนวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 75 วันของปีที่จะมีการเลือกตั้งนายก สมาชิกสามัญผู้ใด ประสงค์จะสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกของสมาคม
ต้องส่งรูปถ่ายหน้าตรงครึ่งตัว คนละ 6 รูปขนาดโปสการ์ด ให้เลขาธิการสมาคมฯ พร้อมด้วยใบสมัคร ไม่น้อยกว่า 75 วัน
ก่อนวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ของปีที่จะมีการเลือกตั้งนายก |
| ข้อ35. |
สมาชิกที่สมัครเข้ารับเลือกตั้ง และสมาชิกที่มีสิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ต้องเป็น ผู้ไม่ขาดจากสมาชิกภาพตามข้อ 29 หมวด 6 |
| ข้อ36. |
เลขาธิการสมาคมต้องประกาศเลขที่และชื่อของผู้สมัครเข้ารับเลือกตั้งให้ทราบล่วง หน้าไม่น้อยกว่า 60 วัน
ณ ที่ทำการของสมาคม และที่ทำการสาขาของสมาคม |
| ข้อ37. |
เลขาธิการสมาคมต้องประกาศเลขที่และรายชื่อสมาชิกที่มีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้งให้ ทราบก่อนการเลือกตั้ง
ไม่น้อยกว่า 60 วัน ณ ที่ทำการของสมาคม และที่ทำการสาขาของสมาคม |
| ข้อ37/1. |
ในกรณีที่สมาชิกเห็นว่าตนไม่มีรายชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ให้ยื่นคำร้องขอเพิ่มชื่อต่อเลขาธิการสมาคม
ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 30 วัน และให้เลขาธิการสมาคมแจ้งผลการแก้ไขให้ผู้ยื่นคำร้องทราบ
ภายใน 10 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำร้อง |
| ข้อ38. |
ให้ที่ประชุมใหญ่สามัญเลือกประธานการเลือกตั้งและผู้ช่วยอีก 4 คน เป็นคณะกรรมการการเลือกตั้งก่อนการเลือกตั้ง
ไม่น้อยกว่า 6 เดือน เพื่อกำหนดวิธีการดำเนินการและควบคุมการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยบริสุทธิ์ยุติธรรม
และคณะกรรมการการเลือกตั้งต้อง ไม่เป็นผู้สมัครเข้ารับเลือกตั้ง ในกรณีที่ประธานการเลือกตั้งไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้
ให้กรรมการเลือกตั้งที่เหลือเลือกประธานขึ้นมาใหม่โดยวิธีเลือกตั้งกันเอง หากคณะกรรมการ เลือกตั้งไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่
ได้ทั้งหมด ให้คณะกรรมการบริหารสมาคมสรรหาคณะกรรมการ เลือกตั้งขึ้นมาใหม่ เพื่อกำเนินการจัดการเลือกตั้งต่อไป |
| ข้อ38/1. |
ในกรณีที่เห็นสมควร คณะกรรมการการเลือกตั้ง จะจัดให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่แจ้งความประสงค์ล่วงหน้า
ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้ง ทางไปรษณีย์ก็ได้ การออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งทางไปรษณีย์ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการดังนี้ |
| |
| (1) |
ผู้ประสงค์จะลงคะแนนเลือกตั้งทางไปรษณีย์ต้อง เป็นผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อสมาชิกที่มีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง |
| (2) |
ให้ผู้ประสงค์จะลงคะแนนเลือกตั้งทางไปรษณีย์ แจ้ง ความประสงค์ต่อคณะกรรมการเลือกตั้งเป็นลายลักษณ์อักษร
ภายใน 15 วัน นับจากวันประกาศรายชื่อผู้มีชื่อในบัญชีเลือกตั้ง พร้อมแจ้งชื่อ ที่อยู่ ที่จะให้ส่งซอง
และบัตรเลือกตั้งไปให้ด้วย |
| (3) |
คณะกรรมการเลือกตั้งจะดำเนินการจัดส่งซอง ใส่บัตรเลือกตั้งไปให้ตามชื่อและที่อยู่ที่แจ้งให้ (2) พร้อมวิธีการลงคะแนน |
| (4) |
ผู้ที่ลงคะแนนเลือกตั้งทางไปรษณีย์จะต้องส่งบัตรเลือกตั้งที่ลง คะแนนแล้วพร้อมซองใส่บัตรเลือกตั้ง
ที่กรรมการเลือกตั้งดำเนินการให้เท่านั้น ส่งกลับมายังคณะกรรมการ เลือกตั้งก่อนวันประชุมใหญ่ไม่น้อยกว่า 5 วัน |
| (5) |
ให้คณะกรรมการเลือกตั้งตรวจสอบรายชื่อผู้ใช้สิทธิ เลือกตั้งล่วงหน้าจากซองใส่บัตรลงคะแนน
กับบัญชีรายชื่อที่ประกาศไว้และบันทึกว่าใช้สิทธิเลือกตั้งแล้ว |
| (6) |
ซองใส่บัตรเลือกตั้งจะถูกเก็บไว้ที่คณะกรรมการเลือกตั้ง และจะถูกเปิดเพื่อนับคะแนนในวันประชุมใหญ่เท่านั้น
โดยให้แกะซองนำบัตรเลือกตั้งจากซองมารวมกันให้หมดก่อน จึงดำเนินการนับคะแนนพร้อมกับ
การนับคะแนนของผู้ที่มาลงคะแนนด้วยตนเอง |
|
| ข้อ39. |
ให้ประธานการเลือกตั้งนับคะแนนเสียง และประกาศผลการเลือกตั้งให้ที่ประชุม ใหญ่สามัญประจำปีทราบภายในวันเลือกตั้ง |
| ข้อ40. |
ถ้าสมาชิกสมัครเข้ารับเลือกตั้งเพียง 1 คน ให้ถือว่าคนนั้นเป็นนายกสมาคม |
| ข้อ41. |
ให้นายกสมาคมแต่งตั้งกรรมการบริหารสมาคมตามข้อ 32 หมวด 7 จากสมาชิกสามัญหรือสมาชิกวิสามัญ
ภายใน 15 วัน หลังจากวันได้รับเลือกตั้งเป็นนายกสมาคม |
| ข้อ42. |
คณะกรรมการบริหารสมาคมอยู่ในตำแหน่งได้คราวละ 2 ปี โดยนับอายุของคณะกรรมการบริหารสมาคม
ตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ ของปีที่มีการเลือกตั้งเป็นต้นไป |