สมาชิก Login
ชื่อLogin
รหัสผ่าน
 
เกี่ยวกับสมาคม / ระเบียบข้อบังคับ3 (ต่อ)
หมวด1-หมวด6 หมวด7-หมวด11 หมวด11-หมวด17
หมวด12 กรรมการที่ปรึกษาและอนุกรรมการ
ข้อ64. กรรมการที่ปรึกษา ที่คณะกรรมการบริหารสมาคมได้เชิญมาเป็นกรรมการ มีหน้าที่ ให้คำแนะนำในกิจการทั่วไปของสมาคม และอยู่ในตำแหน่งตามวาระของคณะกรรม การบริหารสมาคมชุดที่เป็นผู้แต่งตั้งนั้น
ข้อ65. คณะอนุกรรมการประกอบด้วย
 
(1) คณะอนุกรรมการที่คณะกรรมการบริหารของสมาคมได้แต่งตั้งขึ้น
มีหน้าที่ดำเนินกิจการไปตามที่คณะกรรมการบริหารสมาคมจะมอบหมายให้เป็นครั้งคราว
และอยู่ในตำแหน่งตามที่ได้รับมอบหมายหรือตามวาระของคณะกรรมการบริหารสมาคม ชุดเป็นผู้แต่งตั้งขึ้น
(2) คณะอนุกรรมการที่เป็นโดยตำแหน่ง คือประธานชมรมหรือนายกสมาคมตามข้อ 11(4)
ข้อ66. กรรมการที่ปรึกษาและอนุกรรมการไม่มีสิทธิออกเสียงลงมติในที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร
หมวด13 การประชุม
ข้อ67. การประชุมแบ่งออกเป็น 3 ประเภทคือ
 
(1) การประชุมคณะกรรมการบริหารสมาคม
(2) การประชุมใหญ่วิสามัญ
(3) การประชุมใหญ่สามัญ
ข้อ68. การประชุมคณะกรรมการบริหารสมาคม มีดังนี้
 
(1) ให้คณะกรรมการบริหารสมาคม ประชุมปรึกษาหารือกิจการของสมาคมปีหนึ่งไม่ ไม่น้อยกว่า 6 ครั้ง
โดยให้เลขาธิการสมาคมเป็นผู้เรียกประชุมตามความเห็นชอบ ของนายกสมาคม หรือของกรรมการบริหารสมาคมตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป
(2) องค์ประชุมทุกครั้ง ต้องมีกรรมการบริหารสมาคมเข้าประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่ง ของคณะกรรมการบริหารสมาคมทั้งหมด
ให้นายกสมาคมเป็นประธานที่ประชุม ถ้าประธานหรือผู้ทำหน้าที่แทนไม่อยู่ ให้ที่ประชุมเลือกตั้งประธานขึ้นชั่วคราวใน การประชุมนั้น
(3) นอกจากจะได้บังคับไว้เป็นอย่างอื่น มติของคณะกรรมการบริหารสมาคมให้ถือเสียง ข้างมาก ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน
ให้ประธานที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด
ข้อ69. การประชุมใหญ่วิสามัญให้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญได้ ดังนี้
 
(1) คณะกรรมการบริหารสมาคมได้ประชุมเห็นสมควรด้วยคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่าครึ่ง หนึ่งให้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญ
(2) สมาชิกสามัญไม่น้อยกว่า 200* คน มีสิทธิร้องขอให้เปิดประชุมใหญ่วิสามัญได้ โดยแสดงความจำนงเป็นหนังสือต่อเลขาธิการสมาคมล่วงหน้า
ไม่น้อยกว่า 15 วัน ถ้า สมาชิกที่ร้องขอมาประชุมไม่ถึงจำนวน 200 คน ให้ถือว่าไม่ครบองค์ประชุม
(3) ทั้งข้อ (1) และ (2) ให้เลขาธิการสมาคมเป็นผู้นัดหมายพร้อมกับส่งระเบียบวาระ การประชุมให้สมาชิกทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 200 คน
และก่อนเวลาประชุมไม่ น้อยกว่า 7 วัน
(4) การประชุมใหญ่วิสามัญทุกครั้ง ต้องมีสมาชิกเข้าประชุมไม่น้อยกว่า 200 คน จึงจะ เป็นองค์ประชุมและดำเนินการได้
ข้อ70. การประชุมใหญ่สามัญ
 
(1) ให้คณะกรรมการบริหารสมาคม เรียกประชุมใหญ่สามัญอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง องค์ประชุมของการประชุมใหญ่สามัญต้องประกอบด้วย สมาชิกไม่น้อยกว่า 60 คน ในกรณีที่ไม่ครบองค์ประชุมให้เรียกประชุมใหม่ภายใน 30 วัน การประชุมครั้งนี้ สมาชิกจะมาเท่าใดไม่จำกัด ให้ถือเป็นองค์ประชุมได้ และให้มีระเบียบวาระดังต่อ ไปนี้
 
ก. นายกสมาคมแถลงงานในรอบปี
ข. เหรัญญิกสมาคมเสนองบดุล ซึ่งผู้ตรวจบัญชีของสมาคมรับรองแล้ว
ค. เสนองบประมาณ
ง. ปรึกษากิจการของสมาคม
จ. เลือกตั้งกรรมการใหม่ตามวาระ (ถ้ามี)
(2) ให้คณะกรรมการบริหารสมาคมเรียกประชุมใหญ่ โดยแจ้งให้สมาชิกทราบล่วงหน้า เป็นหนังสือไม่น้อยกว่า 15 วัน
พร้อมทั้งสถานที่และระเบียบวาระการประชุม
ข้อ71. การประชุมใหญ่ทุกครั้ง ให้นายกสมาคมเป็นประธานที่ประชุม ถ้านายกไม่อยู่หรือ ไม่สามารถดำเนินการได้ให้อุปนายกสมาคม เป็นประธานที่ประชุม
ถ้าทั้งนายกและ อุปนายกไม่สามารถดำเนินการได้ ให้ที่ประชุมเลือกจากกรรมการบริหารสมาคมคน หนึ่งเป็นประธานที่ประชุมนั้น
ข้อ72. นอกจากจะบังคับไว้เป็นอย่างอื่น มติของที่ประชุมใหญ่ให้ถือเสียงข้างมาก คะแนน เสียงเท่ากันให้ประธานที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด
ข้อ73. ในการประชุมใหญ่และประชุมคณะกรรมการบริหารทุกครั้ง ให้เลขาธิการหรือผู้ช่วย เลขาธิการสมาคม เป็นผู้บันทึกรายงานการประชุมและให้ประธานที่ประชุมลงนาม รับรองเพื่อรักษาไว้เป็นหลักฐาน
และการประชุมทุกครั้งต้องมีการรับรองรายงานการประชุมในครั้งต่อไป
หมวด14 การเงิน
ข้อ74. ให้นายกสมาคมและเหรัญญิกสมาคมเป็นผู้รับผิดชอบในการเงินและทรัพย์สินของ สมาคมตามกฏหมาย และให้ทำรายงานแสดงฐานะทางการเงิน รายได้หรือรายรับ ค่าใช้จ่ายหรือรายจ่าย สินทรัพย์และหนี้สิน เสนอต่อคณะกรรมการบริหารสมาคมทุก 6 เดือน
ข้อ75. เงินของสมาคมต้องนำมาฝากธนาคารที่เชื่อถือได้ และที่คณะกรรมการบริหารได้รับ รองในนามของสมาคม
เงินส่วนหนึ่งให้นำฝากธนาคารประเภทเงินฝากประจำหรือ กระทำการอื่นใดที่จะก่อให้เกิดดอกออกผล ตามที่คณะกรรมการบริหารเห็นสมควร
เว้นแต่กรณีเงินบริจาคซึ่งผู้บริจาคได้กำหนดเงื่อนไขไว้เป็นอย่างอื่น
ข้อ76. เหรัญญิกสมาคมจะเก็บรักษาเงินสดไว้สำรองจ่ายไม่เกิน 10,000 บาท ถ้าเกินจากนั้น ต้องนำฝากธนาคาร
ข้อ77. การสั่งจ่ายเงินของสมาคมจากธนาคาร ให้เป็นไปตามมติของที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร นายกสมาคมหรือเลขาธิการ
หรือผู้ช่วยเลขาธิการและเหรัญญิก หรือผู้ช่วยเหรัญญิก ฝ่ายละ 1 คน รวมกันเป็น 2 คน เป็นผู้ลงลายมือชื่อ สั่งจ่ายเงินในกิจการหนึ่งหนึ่ง
คราวละไม่เกิน 20,000 บาท ถ้ามีความจำเป็นต้องสั่งจ่ายเงินคราวละเกิน 20,000 บาท แต่ไม่เกิน 300,000 บาท
ให้ขอมติจากคณะกรรมการบริหารสมาคม ถ้าคราวละเกินกว่า 300,000 บาท ให้ขอมติจากที่ประชุมใหญ่เป็นกรณีไป
ข้อ78. การจ่ายเงินทุกครั้งต้องมีหลักฐานในการจ่าย เพื่อเก็บไว้ตรวจสอบ
ข้อ79. ให้ที่ประชุมใหญ่สามัญของสมาคม แต่งตั้งผู้ตรวจสอบบัญชี ซึ่งได้จดทะเบียนไว้ถูกต้องตามกฎหมาย เป็นผู้สอบบัญชีของสมาคม
หมวด15 การแก้ไขข้อบังคับ
ข้อ80. การแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมข้อบังคับ จะทำได้ต่อเมื่อได้รับอนุมัติจากที่ประ ชุมใหญ่ และต้องได้รับความเห็นชอบด้วยคะแนนเสียง
ไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกผู้มีสิทธิออกเสียงที่มาประชุม
ข้อ81. ที่ประชุมใหญ่ลงมติในการนี้ ก็ต่อเมื่อมีสมาชิกผู้มีสิทธิออกเสียงไม่น้อยกว่า 20 คน หรือคณะกรรมการบริหารสมาคมเป็นผู้เสนอ
โดยให้การเสนอเป็นหนังสือต่อ เลขาธิการสมาคมล่วงหน้าก่อนที่จะมีการประชุมใหญ่นั้นไม่น้อยกว่า 30 วัน
ข้อ82. ให้เป็นหน้าที่ของเลขาธิการสมาคม โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารสมาคม ส่งสำเนานั้นไปให้สมาชิกผู้มีสิทธิออกเสียงไม่น้อยกว่า 20 วัน
และให้ประกาศไว้ ณ สำนักงานสมาคมไม่น้อยกว่า 15 วัน ก่อนที่จะมีการประชุม
ข้อ83. ข้อบังคับที่ได้แก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมดังกล่าวนั้น ให้ใช้ข้อบังคับเมื่อได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว
หมวด16 การเลิกสมาคม และการชำระบัญชี
ข้อ84. การเลิกสมาคมให้กระทำโดยคะแนนเสียง 3 ใน 4 ของจำนวนสมาชิกผู้มีสิทธิออก เสียงทั้งหมดในที่ประชุมใหญ่
ข้อ85.

ให้ที่ประชุมใหญ่เป็นผู้ลงมติแต่งตั้งผู้ชำระบัญชี และการชำระบัญชีให้เป็นไปตามกฎหมาย

ข้อ86. ทรัพย์สินของสมาคมที่เหลือจากการชำระบัญชีมีอยู่เท่าใดให้ตกเป็นของมหาวิทยาลัย
หมวด17 บทเฉพาะการ
ข้อ87. ให้สมาชิกสามัญรายปีที่มีอยู่เดิมเปลี่ยนสถานภาพเป็นสมาชิกสามัญตลอดชีพ โดย การดำเนินการของคณะกรรมการบริหาร
   
<< กลับไปอ่านหน้าแรก กลับไปอ่านหน้า 2 >>
 
     


copyright 2008 สมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์
ติดต่อสมาคมฯ โทร. 0-2579-2419, ku@ku-alumni.org หรือ คลิกที่นี่ค่ะ

support by Bangkok Media Co.,Ltd.